ห่วงโซ่อาหาร (Food chain)สิ่งมีชีวิตที่แตกต่างกันและสายใยอาหาร

ห่วงโซ่อาหาร  เป็นการถ่ายทอดพลังงานในรูปแบบของอาหารสิ่งมีชีวิตที่เป็นอันดับ 1 ในอันดับ 2   ตามลูกศรแทนการถ่ายทอดพลังงานหรือไม่ว่าการกินนั้นเองหัวลูกศรนั้นจะชี้ไปทางพลังงานที่ถูกถ่ายทอดออกไป อย่างเช่นผู้ ผลิตไปยังผู้บริโภคอันดับที่ 1 ซึ่งผู้ผลิตและผู้บริโภคน้ำจะอยู่ในแหล่งอาศัยแห่งใดแห่งหนึ่ง มีองค์ประกอบของระบบนิเวศประกอบด้วย 2 ด้าน และก็คือสิ่งมีชีวิตและสิ่งที่ไม่มีชีวิต สิ่งไม่มีชีวิตที่ได้แก่น้ำแสงแดดอุณหภูมิก๊าซที่อยู่บนชั้นอากาศ  ส่วนสิ่งที่มีชีวิตจะถูกแบ่งออกเป็น 3 ส่วนหนึ่งก็ คือ

  1. ผู้ผลิต  Producer  คือสิ่งมีชีวิตที่สามารถสังเคราะห์อาหารขึ้นมาได้ตัวเองเพราะมีคลอโรฟิลล์ที่ได้แก่พืชต่าง ๆ อย่างเช่น ลายสีเขียวแกมน้ำเงินหรือว่า ต้นถั่ว ต้นส้ม คือเราไม่สามารถสร้างอาหารเองได้ด้วยแสงอาทิตย์ที่จะมีการผลิตน้ำตาลออกมากักเก็บในส่วนต่าง ๆ ของพืชสำหรับเขตป่าฝนจะมีระบบนิเวศ ที่ค่อนข้างจะซับซ้อนกันมากเนื่องจากมีผู้ผลิตที่หลากหลายทำให้ผืนป่าฝนทั่วโลกจึงมีการผลิตแก๊สออกซิเจนถึง 40 เปอร์เซ็นต์เลยทีเดียว
  2. ผู้บริโภค consumer เป็นสิ่งมีชีวิตที่ไม่สามารถสร้างห่วงโซ่อาหาร อาหารเองได้สามารถแบ่งออกได้เป็น 3 กลุ่มนั่นก็ คือ 

   2.1 สิ่งมีชีวิตที่กินพืชเป็นอาหารเป็นผู้บริโภคอันดับ 1  สิ่งมีชีวิตเหล่านี้น่าจะเป็นอย่างอื่นโดยที่บริโภคอันดับต่าง ๆ อย่างเช่น หนู ม้าช้าง กวาง ปลา แม้ว่าสัตว์กินพืชจะเป็นผู้บริโภคอันดับแรกแต่สัตว์เหล่านี้จะได้รับพลังงานจากแสงอาทิตย์ เป็นอันดับแรกเช่นกันเพิ่งจะได้พลังงานเพียงแค่ 10% ของพลังงานทั้งหมดตามกฎ 10 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งเป็นการถ่ายทอดพลังงานในสิ่งมีชีวิตอันดับต้นๆ

   2.2สิ่งมีชีวิตที่กินอาหารนั่นก็คือ สัตว์นักล่าอย่าง เช่น งู ไฮยีน่า ม้าปลาฉลาม เต่าทะเล สิงโต

   2.3สิ่งมีชีวิตที่กินทั้งพืช และสัตว์เป็นอาหารนั่นก็ คือ มนุษย์นั่นเอง

  3.  ผู้ย่อยสลายสิ่งมีชีวิตที่ทำหน้าที่ย่อยสลายถ้ากูตัดอย่า เช่น ราแบคทีเรีย

งห่วงโซ่อาหาร

ห่วงโซ่อาหาร และสายใยอาหาร

ห่วงโซ่อาหาร คือ การถ่ายทอดพลังงานที่เป็นทอดกันรวมถึงความสัมพันธ์ที่มีชีวิต ในการบริโภคต่อต่อกันออกไประบบนิเวศมีห่วงโซ่อาหารที่มีสิ่งมีชีวิต สามารถเลือกกินง่ายอย่างนั้นห่วงโซ่อาหาร จะมีความสัมพันธ์ระหว่างห่วงโซ่อาหารที่เรา เรียกว่า  สายใยอาหาร   โดยห่วงโซ่อาหารจะมีลักษณะที่เชื่อมโยงกัน เป็นใยแมงมุมหรือว่าการถ่ายทอดระหว่างสิ่งมีชีวิตได้หลายๆทาง 

สายใยอาหาร เป็นพลังงานทางเคมีในรูปแบบของอาหารระหว่างสิ่งมีชีวิตหลาย ๆ ชนิดที่ผ่านมารวมกันไม่มีการเคลื่อนไหวกับเป็นวัฏจักรมีการถ่ายทอดทางพลังงาน และระบบนิเวศไม่เป็นวัฏจักรรวมถึงห่วงโซ่อาหารหลาย ๆ ชุดอย่างสับสนกันบ้างทั้งสิ่งมีชีวิตชนิดหนึ่งสามารถกินอาหารได้หลายอย่าง ในเวลาเดียวกันแต่ว่าสิ่งมีชีวิตในอีกชนิดหนึ่งกินอาหารในชนิดเดียวทำให้ห่วงโซ่อาหารเชื่อมโยงกัน เป็นใยแมงมุม และมีการถ่ายทอดพลังงานระหว่างสิ่งมีชีวิตกับความซับซ้อนมีโอกาสที่จะถ่ายทอดไปในหลายทิศทาง   

ตัวอย่างเช่นห่วงโซ่อาหารของมดกินใบไม้หากเมื่อใดที่มดน้ำตาสิ่งมีชีวิตที่จะย่อยสลายกินพลังงาน และสารอาหารที่กลับคืนสู่โลกอย่างสมุนไพรที่มดจำพวกแมลง และตั๊กแตนกินพืชเข้าไปแล้วในทางกลับกัน จะเป็นอาหารสำหรับห่วงโซ่อาหารแรก หรือว่านักล่าตัวอื่นโดยอินทรีย์อินทรีย์จะเป็นสัตว์ที่กินตัวเอง ที่ให้พลังงานที่ค่อนข้างสูงและสารอาหารที่มีแก่สิ่งแวดล้อมที่ย่อยสลาย เมื่อพวกนั้นตายไปแล้วจะส่งผลกลับไปยังพืชและสาหร่ายอาหารของกุ้ง  ส่วนกุ้งนั้นจะถูกเรียงกินซาก โดยปลาวาฬหรือว่าสัตว์ตัวที่ใหญ่กว่าพวกมันจะตายไปแล้วจะมีส่วนช่วยให้พลังงาน และสารอาหารทั้งหมดเขตสภาพแวดล้อมทางทะเลเริ่มเป็นวงจรการให้อาหารทั้งหมด 

ห่วงโซ่อาหาร

ถ้าหากกลุ่มมีชีวิตในสายใยอาหารที่มีความสมดุลกันสิ่งมีชีวิตและผู้ผลิตที่ได้แก่สาหร่ายสีเขียว หรือว่าไดอะตอมที่ควรได้รับพลังงานหรือว่าปริมาณมากที่สุดของห่วงโซ่อาหาร ให้สมบูรณ์แบบสิ่งมีชีวิตบางชนิดจัดเป็นผู้บริโภคได้ร้ายอันดับ อย่างเช่น ถ้าปลากินสาหร่ายในพื้นทะเลจะเป็นผู้บริโภคอันดับต้น ๆ เมื่อปลากินไรน้ำ และปลานั้นจะเป็นอันดับ 2 ถูก มนุษย์จะขึ้นเป็นผู้บริโภคอันดับแรกนั่นเอง   รวมถึงอาจจะมีการเปลี่ยนแปลงการบริโภคอันดับ 2 ไปอย่างกะทันหันไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มหรือว่าลดน้อยลง  จะทำให้การสมดุลทางสายใยอาหารนั้นถูกเปลี่ยนไปส่งผลต่อความสมดุลของระบบนิเวศ และห่วงโซ่อาหารที่ตามมา

สามารถติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่  คลิก>>> behandson

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *