โรคและยา ต้อกระจกCATARACT

โรคและยา ต้อกระจกเป็นภาวะตาภายในมีการเสื่อมตัวลงลักษณะสีของตาดำจะเป็นขนขาวจนผิดปกติลักษณะใสเหมือนกับกระจกซึ่งเป็นที่มาของคำว่าต้อกระจกนั่นเอง  ทำให้แก้วตาเกิดการกระทบต่อการมองเห็นเมื่อจอประสาทตารับการมองเห็นไม่ชัดเจน ผู้ป่วยจึงมองเป็น มาทีหลังทำให้มีอาการบาดเจ็บ หรือว่าเกิดการระคายเคืองต่อตาได้ในอนาคตโดยส่วนมากมักเกิดกับตาเพียงข้างเดียว หรืออีกประมาณ 20 เปอร์เซ็นต์ จะเกิดขึ้นทั้งสองข้างและไม่อาจแพร่กระจายหนังตาข้างไปสู่ตาอีกข้างหนึ่ง 

โรคและยา สาเหตุร่วมถึงการป้องกัน

โรคและยา  สาเหตุที่ทำให้เกิดโรคต้อกระจก  ส่วนมากประมาณ 80% เกิดจากภาวะการเสื่อมของตาตามวัย หรือว่าผู้ป่วยที่มีอายุมากกว่า 60 ปี 

ขึ้นไป แทบเกือบทุกรายจะต้องเกิดปัญหานี้ ดูแก้วตาของคนเราจะประกอบด้วยน้ำและวุ้นที่ดวงเป็นส่วนมากปกติโปรตีนเหล่านี้ จะเรียงตัวเป็นระเบียบทำให้แสงเข้าสู่เลนส์ตามีลักษณะที่ใส่ต้อกระจกเกิดจากโปรตีนในเลนส์แก้วตาเพื่อปกคลุมพื้นที่บริเวณแก้วตาจนทำให้เลนส์นั้นขุ่นมัวมากขึ้นเรื่อย ๆ 

โรคและย

•ต้อกระจกตั้งแต่ในกำเนิด  ทารกสามารถเป็นต้อกระจกได้ตั้งแต่แรกเกิดโดยอาจเกิดจากพันธุกรรมโรคและยา หรือว่าได้รับการติดเชื้อได้รับอันตรายจากการพัฒนาการตั้งแต่อยู่ในครรภ์ของแม่ที่ไม่ดี   แล็กโทซีเมีย หัดเยอรมัน โรคท้าวแสนปมชนิดที่สอง แต่บางรายอาจเกิดแสดงอาการในภายหลังจากที่คลอดออกมาแล้ว บางทีต้อกระจกนี้อาจเล็กมากจนไม่ส่งผลให้เกิดผลกระทบต่อการมองเห็นของเด็กได้

ต้อกระจกในวัยผู้สูงอายุ ที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ เป็นสาเหตุของการเกิดโรคต้อกระจกที่พบบ่อยมากที่สุด ของโครงสร้างของกลางตาที่มีการเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา รวมถึงสภาพการเปลี่ยนแปลงของเลนส์แก้วตาที่สามารถแยกลงแสงได้น้อยลง  

ต้อกระจกจาจากได้รับการบาดเจ็บ  อุบัติเหตุที่มีผลกระทบต่อดวงตาเท่าที่ได้รับการผ่าตัด หรือว่าไม่มีการผ่าตัดนำสู่การเกิดโรคต้อกระจกตาภายในหลังได้เช่นกัน

•ต้อกระจกทุติยภูมิ ได้รับผลจากการผ่าตัดของโรคต่างชนิดเช่นต้อหินหรือเกิดการอักเสบภายหลังอาจเป็นสาเหตุโรคและยา ให้เกิดโรคต้อกระจกตาตามมาในภายภาคหน้าหลัง คือ ผู้ป่วยเบาหวาน  หรือว่าผู้ป่วยความดันโลหิตสูง การได้รับยาบางชนิดก็ถือว่าเสี่ยงเป็นโรคต้อกระจกตาได้ง่าย

โรคและยา

การวินิจฉัย 

•ตรวจวัดสายตาได้ตามความสามารถการมองเห็นระยะต่าง ๆ โดยมีอุปกรณ์อย่างเช่นชุดตัวอักษร เมื่อทดสอบตาข้างใดข้างหนึ่งจะถูกปิดไว้และเป็นการประเมินทางความผิดปกติของสายตาที่มองเห็นได้ไม่เท่าเทียมกัน    

•การตรวจโดยกล้องจุลทรรศน์ ชนิดแสงแคบเป็นคนที่มีความคิดแข็งข้นของลำแสงที่สูงขึ้นมาก ๆ ที่เพียงพอจะส่องต่อดวงตา ม่านตา เลนส์แก้วตาโรคและยา จะทำให้แพทย์สามารถมองเห็นโครงสร้างที่เป็นส่วนเด็กได้อย่างสะดวกขึ้น

ทดสอบโดยขยายรูม่านตา   ด้วยการหยุดยาลงที่ตาเพื่อให้รูม่านตาเปิดกว้างขึ้น และขยายเพื่อตรวจดูจอประสาทตาและเส้นประสาทตาเพื่อความผิดปกติของดวงตาหลัง จากการตรวจแล้วผู้ป่วยมองเห็นในระยะที่ใกล้พรามัวเป็นเวลาหลายชั่วโมง

การรักษามี 2 วิธีคือ

1.การตัดสินใจของผู้ป่วยและแพทย์ดูแลร่วมกันประคับประคองในการรักษา อาจจะเป็นการส่วนแว่นกันแดดการสะท้อนแสงหรือว่าการใช้เลนส์ขยายสูงกว่าต้อกระจกมา จะเริ่มกระทบต่อการกิจกรรมต่าง ๆในการใช่ชีวิตประจำวันได้ง่ายมากขึ้น

2. การรักษาการผ่าตัดผู้ป่วยจะไม่รู้สึกตัวหรือรู้สึกตัว ทำได้โดยใช้ยาชาบริเวณรอบดวงตาโรคและยา จากนั้นหยุดตาเพื่อเปิดม่านตาให้กว้างขึ้นเท่ากันกลางให้สะอาดบริเวณโดยรอบ การผ่าตัดผู้ป่วยจะมีอาการที่คัน รู้สึกไม่สบาย มีอาการน้ำตาไหล ดวงตาจะไวต่อแสงและการสัมผัส ระวังเรื่องการก้มเก็บของหรือว่าการยกของจากพื้นที่หนัก ๆ  

การป้องกันไม่ให้เป็นรูปต้อกระจกตา

•หลีกเลี่ยงการเผชิญแสงแดดโดยตรงด้วยการสวมหมวกปิดหรือว่าแว่นกันแดดเพื่อไม่ให้รังสี UV เข้าสู่ดวงตาโดยตรง

•จัดสรรเวลานอนให้อย่างเพียงพอควรนอนอย่างน้อยวันละ 7 ถึง 12 ชั่วโมง

•ไม่ควรใช้สายตาติดต่อกันเป็นเวลานานควรหยุดพักสายตา

•ไม่ควรซื้อยาหยอดตาทุกชนิดมาใช้เอง ต้องมีการปรึกษาแพทย์ก่อน

-•อุปกรณ์ป้องกันเสมอเมื่อทำงานที่มีความเสี่ยงต่อ การเกิดอุบัติเหตุต่อดวงตา

-•รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ได้แก่โรคและยา โปรตีน เนย ไขมัน นม ตับสัตว์ หรือว่าอาหารจำพวกวิตามินซีที่มีสารต่อต้านอนุมูลอิสระอย่างเช่นแครอท ฟักทอง มะเขือเทศ ที่มีวิตามินเอที่สูงช่วยในการบำรุงดวงตา

สามารถติดตามข่าวสารสาระดี ๆ เพิ่มเติมได้ที่  Click>>>behandson