Internet “ถ้าธุรกิจของคุณไม่ได้อยู่บนInternet นั่นแสดงว่าธุรกิจของคุณกำลังจะเจ๊ง”

สิ่งที่ Bill Gates เคยกล่าวเอาไว้ และวันนี้คำกล่าวนั้นก็เริ่มเป็นความจริงให้เห็นขึ้นมาทุกที แต่ที่น่าเศร้าไปกว่านั้นคือ คนส่วนใหญ่ยังไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าตัวเองกำลังตกอยู่ในชะตากรรมแบบที่ Bill Gates เคยกล่าวเอาไว้ เพราะคิดว่าธุรกิจของตัวเองไม่จำเป็นต้องทำออนไลน์บทอินเทอร์เน็ต ( Internet ) ก็ได้ ก็ฉันขายรถ เปิดร้านเสริมสวย ร้านสักคิ้ว ร้านทอง ร้านอาหาร ร้านกาแฟ ฯลฯ ไม่ได้ขายเสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า หรือ เครื่องสำอาง เสียหน่อย ถึงจะต้องทำออนไลน์ เพราะถึงยังไงลูกค้าก็ต้องมาซื้อหน้าร้านอยู่ดี ดังนั้นออนไลน์ไม่ใช่เรื่องจำเป็นเลย ที่ตอนนี้ยอดขายหายไป ก็เป็นเพราะเศรษฐกิจไม่ดีไง ไหนจะโควิด -19 อีก ใคร ๆ เขาก็เป็นกันทั้งนั้นแหละ !! ซึ่งก็ไม่ผิดครับ ถ้าจะคิดแบบนั้น แต่ถ้าคุณฟังเรื่องนี้จบ ความคิดของคุณจะเปลี่ยนไปทันที !!

วันก่อนเพื่อนของผมคนหนึ่ง เธอบ่นว่าอยากต่อขนตา แน่นอนว่าถ้าเป็นเมื่อก่อน เธอคงต้องขับรถวนเพื่อหาดูว่าแถวนั้นมีร้านต่อขนตาไหม ถ้าร้านไหนทำเลติดถนน ทำป้ายใหญ่ ๆ เด่น ๆ ก็จะได้ลูกค้าไป ซึ่งลูกค้าอย่างเราเมื่อเจอร้านไหน ก็ต้องเข้าไปใช้บริการร้านนั้น แล้วค่อยไปเสี่ยงดวงดูอีกทีว่าร้านนี้จะต่อขนตาออกมาได้สวยไหม

แต่เธอกลับไม่ทำอย่างนั้นครับ เพราะเพื่อนผมคนนี้เธอหยิบมือถือขึ้นมา แล้วค้นหาร้านต่อขนตาที่มีอยู่ในระแวกนั้น อ่านคอนเทนต์ อ่านรีวิว บนอินเทอร์เน็ต (Internet) แล้วเปรียบเทียบดูว่าร้านไหนทำออกมาดี ทำออกมาสวย ในราคาที่คุ้มค่า และ ดูน่าเชื่อถือ โดยไม่ยอมเอาเบ้าหน้าของตัวเองไปเสี่ยงดวง ซึ่งเธอก็ค้นหาและพิจารณาร้านต่าง ๆ อยู่ประมาณ​ 2 ชั่วโมง จนดูเหมือนว่าเธอได้ร้านที่ถูกใจแล้ว ทันใดนั้นเธอก็เงยหน้าขึ้นมา แล้วทำหน้าตาน่าสงสาร แล้วพูดกับผมว่า “แก… ช่วยพาฉันไปต่อขนตาหน่อยนะ พรุ่งนี้ฉันต้องไปงานลูกรับบัณฑิตน้อยแล้ว นะนะนะ” “ไหงเป็นงั้นล่ะ โดนจนได้เรา” แต่ผมก็ไม่ได้ติดขัดอะไร เพราะตอนนั้นก็ว่างอยู่พอดี แถมอยากไปดูด้วยว่าร้านต่อขนตาที่ว่านี้มันเจ๋งขนาดไหน ถึงทำให้เพื่อนผมตัดสินใจได้

Internet

ผมจึงขับรถตาม GPS เพื่อพาเพื่อนรักคนนี้ไปต่อขนตาครับ สิ่งที่ผมอยากจะบอก คือ ร้านนี้ไม่ต่างกับอยู่ในรูเลย เพราะมันเข้าซอยไปลึกมาก ๆ ผมขับรถเข้าซอยนี้ ออกซอยโน้น จนในที่สุดก็มาเจอร้านต่อขนตาที่อยู่ตรงท้ายซอยพอดี สิ่งที่ผมเห็น คือ ร้านนี้ไม่ใช่ร้านต่อขนตาทั่วไป เพราะเขาใช้พื้นที่บ้านของตัวเองเปิดให้บริการ ไม่ได้มีป้ายใหญ่ ไม่ได้ลงทุนอะไรมากไปกว่าป้ายธงญี่ปุ่นเล็ก ๆ ตัวเดียวที่วางอยู่หน้าร้าน แต่สิ่งที่แตกต่างคือ ร้านนี้คิวแน่นมาก ทุกคนที่มาจะต้องจองคิวเอาไว้ก่อน ซึ่งตอนที่ผมมาถึงที่ร้านประมาณ บ่าย 3 ลูกค้าที่เพิ่งจะใช้บริการเสร็จก็ขับรถออกไป ซึ่งเมื่อผมเข้าไปนั่งรอเพื่อนที่โซฟา ก็บังเอิญเห็นสมุดบันทึกการจองของร้านนี้ จึงพบว่ามีการจองคิวยาวไปถึง 3 ทุ่มหลังจากเพื่อนของผมต่อขนตาเสร็จ แล้วจ่ายเงินให้กับเจ้าของร้าน เธอเดินออกมาพร้อมรอยยิ้มที่ฉีกไปถึงหู บ่งบอกถึงความพึงพอใจที่เธอมีต่อร้านนี้ ซึ่งแน่นอนว่าตอนที่ผมจะถอยรถออก ก็มีลูกค้าคิวต่อไปเดินทางมาถึงพอดี แล้วเดินเข้าไปใช้บริการ

Internet
digital composite of hands using smartphones with graphics

Internet มีความสำคัญกับธุรกิจในปัจจุบัน

คราวนี้คุณเห็นอะไรไหมครับ ทำไมร้านที่อยู่ในซอยลึก ป้ายไม่เด่น ทำเลไม่ดี ถึงมีลูกค้าเข้ามาใช้บริการอย่างไม่ขาดสาย นั่นก็เพราะว่า พฤติกรรมของลูกค้าเปลี่ยนไปแล้วครับ แน่นอนว่าสุดท้ายเขาจะต้องไปใช้บริการที่หน้าร้านก็จริง แต่ก่อนที่ลูกค้าจะไปถึงหน้าร้าน เขาจะ ค้นหาข้อมูลบท Internet อ่านคอนเทนต์ ดูรีวิว เปรียบเทียบ ก่อน แล้ว “ตัดสินใจตั้งแต่บนออนไลน์” ว่าเขาจะไปใช้บริการที่ร้านไหน แล้วถึงจะเดินทางไปที่หน้าร้าน นั่นหมายความว่า  ถ้าวันนี้คุณไม่ได้อยู่บนออนไลน์ พอลูกค้าค้นหาข้อมูล เขาก็จะไม่เจอร้านของคุณ ลูกค้าก็จะไม่มีทางเดินไปหน้าร้านคุณได้อย่างแน่นอน ที่ผมมั่นใจอย่างนั้นก็เพราะหลังจากที่ผมพาเพื่อนไปต่อขนตาเสร็จ ผมก็ลองขับรถสำรวจดูร้านต่อขนตาในระแวกนั้น สิ่งที่ผมเห็นคือ มีร้านต่อขนตาเยอะมาก ตกแต่งร้านก็สวยมาก แต่แทบไม่มีคนเดินเข้าร้านเลย กลายเป็นว่าเพื่อนผมกลับไปจบที่ร้านที่อยู่ต่างอำเภอแถมยังอยู่ท้ายซอยซะอย่างนั้น

Internet

บทสรุปของเรื่องนี้ คือ การที่ร้านของคนส่วนใหญ่ไม่มีลูกค้า ยอดขายตก ไม่ได้เป็นเพราะเศรษฐกิจไม่ดี แต่เป็นเพราะลูกค้าหายไปซื้อร้านอื่นต่างหาก เห็นไหมครับว่า การทำออนไลน์ ไม่ได้สำคัญเฉพาะกับสินค้าที่ขายบนออนไลน์เท่านั้น แต่ออฟไลน์ก็สำคัญมากเช่นกัน เพราะทุกวันนี้คนจะตัดสินใจซื้อผ่านการ พิจารณา ข้อมูลบนอินเทอร์เน็ต (Internet) เกือบทั้งหมด ต่อให้ร้านจะเป็นออฟไลน์ก็ตาม แต่ลูกค้าส่วนใหญ่ก็จะดูข้อมูลและตัดสินใจมาตั้งแต่ที่บ้านเรียบร้อยแล้วว่าอยากจะซื้ออะไร ที่ร้านไหน ถึงจะเดินไปซื้อสินค้าที่หน้าร้าน

นี่แหละครับ คือ เหตุผลที่ผมไม่อยากให้คุณพลาดบทความนี้ เพราะเทรนด์ในตลาด และผลการทดสอบของผมก็แสดงให้เห็นแล้วว่า “ถ้าธุรกิจของคุณไม่ได้อยู่บนอินเทอร์เน็ต นั่นแสดงว่าธุรกิจของคุณกำลังจะเจ๊งแล้วจริง ๆ”

ท่านสามารถอ่านบทความที่มีทั้งประโยชน์และสาระความรู้ที่ดี ที่จะนำไปประยุกต์ใช้และพัฒนาความรู้ความสามารถของตัวเองให้ดีขึ้นอยู่เสมอได้ที่นี่ >> behandson